Style Switcher

Choose Colour style

For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
เทคนิควางแผนทางการเงิน ในวัยเรียน | หมอจริง เข้าใจวัยรุ่น Dr Jing

เทคนิควางแผนทางการเงิน ในวัยเรียน | หมอจริง เข้าใจวัยรุ่น Dr Jing

สวัสดีค่ะหมอจริงเจ้าของเพจหมอจริงเข้าใจวัยรุ่นนะคะ วันนี้นะคะหมอจะมาพูดเรื่องของ เทคนิควางแผนทางการเงิน นะคะสำหรับวัยเรียนนะคะ เพราะว่ามีน้องๆหลายคนถามเข้ามาเยอะมาก เอาจริงๆต้องออกตัวก่อนว่าหมอไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินนะคะ แต่ว่าจะมาแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอ่านและก็ประสบการณ์ในการวางแผนการเงินของตัวเองนะคะ แล้วก็ถ้าใครมีอะไรเพิ่มเติมก็สามารถคอมเม้นเข้ามาได้เลยนะคะเพราะว่าหมอไม่ใช่มันนี่โค้ชนะไม่ใช่กูรูด้านการเงินแต่ว่าวันนี้จะมาแบ่งปันเทคนิคเฉยๆนะคะ ok ก่อนที่เราจะไปวางแผนการเงินนะคะเราต้องมีความรู้เรื่องการเงินก่อนนะคะ เราจะเห็นได้ว่าคนที่มีไอคิวสูงก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องรวยเสมอไปนะคะคนที่ฉลาดสอบได้เกรด 4 บางทีจบมาแล้วอาจจะทำงานได้เงินน้อยกว่าเพื่อนที่เรียนไม่เก่งแต่ว่าเป็นเด็กกิจกรรมด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น money intelligence หรือว่าความฉลาดทางการเงินนะคะไม่ได้แปลผันตรงกับ IQ นะคะเพราะฉะนั้นเราต้องหาความรู้ด้านนี้นะคะเพราะว่าหมอคิดว่าสมัยหมอนะคะไม่ได้มีสอนในโรงเรียนนะคะ แล้วก็ในปัจจุบันก็ยังไม่แน่ใจว่ามีบรรจุหลักสูตรทางการเงินในโรงเรียนหรือยังนะคะ เรื่องของการเงินจะแบ่งเป็นรายรับกับรายจ่ายนะคะของเด็กวัยเรียนรายรับจะมาจากเงินที่คุณพ่อคุณแม่ให้เป็นค่าขนมนะคะหรือว่าจะเป็นเงินอั่งเปาเงินตอนสอบได้คะแนนดีหรือว่าสอบเข้าโรงเรียนใดโรงเรียนนึงได้ อะไรแบบนี้นะคะแล้วแต่ละบ้านว่าให้เงินแบบไหนนะคะนอกจากนี้ถ้าใครที่ทำงานพิเศษก็จะมีรายได้จากตรงนั้นนะคะ ส่วนรายจ่ายมีอะไรบ้างก็มีเยอะแยะจิปาถะเลย อุปกรณ์การเรียนบางบ้านคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นคนออกให้บางบ้านก็บอกคุณแม่ก็ให้มาจัดสรรเองนะคะหรือว่าชานมไข่มุกไปดูหนังกับเพื่อน รายจ่ายก็มีหลายทางนะแต่ว่าวัยเรียนมีข้อดีอย่างหนึ่งก็คือเราจะไม่ค่อยต้องกังวลเรื่องของสิ่งที่ผู้ใหญ่กังวลนะคะ เช่นเรื่องของภาษีหรือว่าเรื่องขอค่าเช่าบ้านค่าน้ำค่าไฟพวกนี้นะคะอันนี้ค่อยมาดูกันตอนเป็นผู้ใหญ่หรือว่าถ้าใครอยากจะอ่านตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้เลยนะคะสามารถเลยนะคะ รายรับรายจ่ายนะคะที่นี่เงินเก็บมาเป็นอีกข้อหนึ่งที่คนถามเข้ามามากซึ่งหมอจะเอาไปพูดในอีกวีดีโอนึงเพราะว่าไม่งั้นมันจะยาวมากนะคะ เงินเก็บเกิดจากอะไรและคนอาจจะคิดว่าเงินเก็บเกิดจากรายได้ลบรายจ่ายเท่ากับเงินเก็บนะคะแต่ว่าทีนี้นะคะ Warren Buffet ได้พูดไว้ว่าอย่าออมเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่ว่าให้ใช้จ่ายจากเงินที่เหลือจากการออมแล้วนะคะ อาจจะงงนะคะว่าจะทำเป็นสมการให้ดูเพราะว่าสมการอันแรกนะคือรายได้ลบรายจ่ายเท่ากับเงินเก็บนะคะแต่ว่าถ้าบางคนแบบ Shopping เก่งยังไม่สามารถเก็บเงินได้ดีแล้วก็แบบพอสิ้นเดือนปุ๊บเงินก็หมดแล้วนะคะไม่มีเงินเก็บเลยนะคะดังนั้นวิธีที่ดีอีกวิธีหนึ่งก็คือการที่เราจำกัดไว้ก่อนว่าเงินเก็บนะเราอยากจะเก็บเท่านี้เดือนละเท่าไหร่นะคะแล้วก็หักจากรายได้ของเราเลยนะคะ แล้วก็หลังจากนั้นที่เหลือนะคะค่อยมาปั่นสรรปันส่วนว่าจะเอาไปใช้อะไรบ้างนะคะ

เทคนิควางแผนทางการเงิน

ความรู้ข้อที่สองก็คือเรื่องของทรัพย์สินกับหนี้สินอันนี้ไม่แน่ใจว่าทุกคนเคยได้ยินไหมนะคะ ถ้าคนที่เคยอ่านหนังสือเรื่องพ่อรวยสอนลูกของ โรเบิร์ต คิโยซากิ น่าจะรู้จักกับคำนี้ดีนะคะตอนที่หมออยู่ประมาณมต้นนะคะเป็นช่วงที่ โรเบิร์ต คิโยซากิ ขายหนังสือออกมาแล้วคุณพ่อก็ชอบมากแล้วก็เลยเอามาให้หมออ่านนะคะ พอหมออ่านตอนนั้นแล้วก็รู้แล้วว่าเราไม่เคยรู้คอนเซ็บนี้มาก่อนเลยซึ่งหมอคิดว่าถ้าเรามีความรู้เรื่องทรัพย์สินกับหนี้สินอยู่ในองค์ความรู้ของเรานะคะ เราจะระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้นนะฮะ โรเบิร์ต คิโยซากิ นะคะท้าวความก่อนว่าเขาเป็นคนมาจากฮาวายนี่เอง เขาเป็นคนญี่ปุ่นที่เกิดที่ฮาวายแล้วก็โตที่ฮาวายแล้วก็ไปทำงานในร้านอาหารแล้วก็อะไรบลาๆๆ คือตอนนี้เขาก็เขียนแล้วก็สอนเรื่องการเงินนะคะเขาบอกว่าตอนเด็กๆคุณพ่อเขาเป็นพนักงานเงินเดือนแล้วเขาก็เห็นพ่อเขาเนี่ยทำงานหนักทุกวันไปทำงาน 8:00เช้ากลับบ้านมา 17:00 เย็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์เป็นช่วงระยะเวลา 40 ปีจนพ่อเขาเกษียนนะคะ แต่ว่าเขาก็รู้สึกว่าพ่อเขาไม่รวยขึ้นเลยนะคะอันนี้คือพ่อจนนะคะ ที่เขาเปรียบเทียบส่วนพ่อรวยนะคะก็คือพ่อของเพื่อนเค้านะคะพี่ตอนแรกก็ดูอาจจะรายได้พอๆกับคุณพ่อของเขานะคะแต่ว่าเนื่องจากว่าพ่อรวยนะคะ เป็นคนที่ลงทุนหาซื้ออสังหาริมทรัพย์หรืออุปกรณ์ที่ทำให้เงินเพิ่มขึ้นนะคะเช่นอะไรอ่ะเช่นตู้หยอดน้ำนะคะหรือว่าหยอดเหรียญเครื่องชั่งน้ำหนักอะไรประมาณนี้นะคะ หรือว่าตู้กดเครื่องดื่มอะไรนะคะพวกนั้นก็จะเป็นเครื่องที่ทำให้เงินไหลเข้ามาโดยที่เราไม่ต้องเอาตัวไปทำงานเอาเวลาไปแลกกับการทำงานนะคะ แล้วพอเขาโตขึ้นมาเรื่อยๆเขาก็เห็นว่าพ่อรวยนะรวยขึ้นเรื่อยๆแล้วก็มีทรัพย์สินมากขึ้นเรื่อยๆนะคะ Concept ของทรัพย์สินและหนี้สินก็คือเขาบอกว่าเวลาที่เราซื้ออะไรบางอย่างแล้วราคาของสิ่งนั้นมันตกลงนะคะ อย่างนี้เขาจะเรียกว่าเป็นหนี้สินนะคะส่วนทรัพย์สินก็คืออะไรที่เราซื้อไปแล้วเราก็เมื่อเวลาผ่านไปมันจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นนะคะยกตัวอย่างง่ายๆเช่นสมมุติว่า โทรศัพท์มือถือนะคะโทรศัพท์มือถือพอซื้อมาปุ๊บเราจะขายมือสองราคาตกลงทันทีนะคะ ถึงแม้ว่าจะเพิ่งซื้อมา 1 วันแต่ว่ามันไม่ใช่ออกจาก Shop เนาะมันก็จะราคาตกลงนะคะนี้ก็ถือว่าเป็นหนี้สินนะคะ ส่วนทรัพย์สินอย่างเช่นอะไรอ่ะ ทองอ่ะสมมุติเราซื้อทองวันนี้พรุ่งนี้ทองราคาขึ้นแต่ทองมันก็จะมีขึ้นมีลงของมาเนาะอันนี้มันก็สามารถกลายเป็นทรัพย์สินได้ถ้าเกิดว่าเราซื้อตอนราคาต่ำแต่ว่าขายต่อราคาสูงนะคะหรือว่าอสังหาริมทรัพย์นะคะก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะฮาวายนะคะมันเป็นเกาะที่เล็กมากๆแล้วก็พื้นที่ก็มีจำกัดนะคะดังนั้นมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในฮาวายจะเพิ่มขึ้นทุกปีนะคะ อันนี้ก็จะเป็น Concept หนี้สินกับทรัพย์สินที่ทุกคนควรจะรู้ไว้นะคะ แล้วก็เราอาจจะมีความคิดว่าถ้าเราไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมมันจะโชว์ว่าเราเป็นคนรวยนะคะแต่ว่ากระเป๋าแบรนด์เนมบางแบนนะคะ ต้องบอกไว้ก่อนว่าบางแบบมองเห็นบางแบรนด์ซื้อแล้วเป็นทรัพย์สินเพราะราคามันเพิ่มขึ้น ตรงนี้หมอไม่ได้ศึกษานะคะแต่ว่าถ้าเรารู้ตรงนี้แล้วเราก็ไปคิดว่าการซื้อกระเป๋าบางแบรนด์ที่มันไม่ได้ราคาเพิ่มขึ้นแต่เราซื้อเพื่อมาโชว์สถานะของเรานะคะอาจจะเป็นความคิดที่ทำให้เรามีเงินน้อยลงเพราะว่าเราไปซื้อแล้วก็มูลค่าของสิ่งนั้นมันลดลง พอเข้าใจนะถ้าเกิดว่าใครอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมนะคะก็สามารถไปหาได้ในหนังสือ Rich Dad Poor Dad นะคะหรือว่าพ่อรวยสอนลูกเขามีเวอร์ชันสำหรับวัยรุ่นด้วย ซึ่งพ่อรวยสอนลูกนะคะได้รับการแปลแล้วไป 11 ภาษาแล้วก็ขายไปแบบนี้ 27 ล้านเล่มนะคะคือเป็นหนังสือที่ดังมากนะคะ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น โรเบิร์ต คิโยซากิ เขาก็เขียนหนังสือหลายเล่มแล้วก็มันอาจจะมีบางเล่มที่ไม่ได้เข้ากับตัวเรานะคะเช่นเรื่องของการทำ MLM หรือว่ามัลติ Multi Level Marketing นะคะที่หมอไม่ได้บอกว่ามันไม่ดีนะคะแต่ว่ามันเข้าได้สำหรับบางคนแต่สำหรับบางคนอาจจะไม่เหมาะนะคะ ดังนั้นเวลาที่เราอ่านหนังสือเกี่ยวกับการเงินอะไรก็ขอให้ปรับใช้กับตัวเราด้วยนะคะ โอเคสรุปเรื่องการวางแผนการเงินง่ายๆนะคะ

1 คือทำบัญชีรายรับรายจ่ายนะคะสำหรับหมอนะคะหมอใช้ App ที่ชื่อว่า every Dollar นะคะทุกๆต้นเดือนนะคะหมอจะวางแผนไว้ว่าหมอจะกินเท่านี้ ช็อปปิ้งเท่านี้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่านี้ค่ามือถือเท่านี้น้ำมันเท่านี้ค่าเช่าห้องเท่านี้นะคะ แล้วก็พอจ้ายปุ๊บมันก็จะกดไปในนั้นนะคะแล้วก็บันทึกไว้แล้วก็ทุกๆเดือนบอกว่าจะมานั่งดูว่าอันไหนมันมากไปมันน้อยไปหรือเปล่านะคะ การทําบัญชีรายรับรายจ่ายก็จะทำให้เห็นพฤติกรรมของตัวเองนะคะแล้วก็จะทำให้วางแผนการเงินได้ดีขึ้นนะคะ

ข้อที่ 2 ก็คือหาความรู้สม่ำเสมอนะคะตัวหมอเองหมอตั้งปณิธานไว้ว่าจะอ่านหนังสือเกี่ยวกับการเงินอย่างน้อยปีละ 1 เล่มนะคะซึ่งหนังสือที่หมอเคยอ่านแล้วคิดว่าดีนะคะก็จะมี The Richest Man in Babylon นะคะเป็นเรื่องของคนตั้งแต่สมัยบาบิโลนแต่ว่าพอมาถึงปัจจุบันมันก็ยังใช้ได้ดีอยู่เลยนะคะหมอชอบมากเป็นหนังสือคลาสสิคเล่มนึงนะคะ The Automatic Millionaire นะคะเป็นหนังสือที่บอกว่าเราสามารถเก็บเงินอย่างอัตโนมัติได้ยังไงนะคะก็คือเป็นการหักบัญชีไปทุกเดือนทุกเดือนเดือนละเท่าไหร่แล้วก็เก็บเข้าแผนกเก็บเงินหรือว่าเข้าแผนกเกษียณอะไรแบบนี้นะคะ ซึ่งเล่มนี้ชอบมากเพราะว่าหลายๆคนนะคะเป็นพนักงานเงินเดือนอาจจะไม่เกินเลเวลน้องๆวัยเรียนไปอีกนิดหน่อยนะคะ แต่แค่จะบอกว่าหนังสือบางเล่มนะคะเขาจะบอกให้เราเนี่ยต้องทำธุรกิจนะคุณต้องเล่นหุ้นนะหรือว่าคุณต้องไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งบางครั้งนี้มันไม่เหมาะกับบางคนแล้วก็ไม่มีพนักงานเงินเดือนหลายคนที่จะไม่ได้สนใจเรื่องของอสังหาหรือว่าเล่นหุ้นนะคะแต่ว่าถ้าเขาทำงานแล้วก็อยากเก็บเงินนะคะก็สามารถทำได้เหมือนกันโดยหนังสือ The Automatic Millionaire เนี่ยจะเป็นการบอกวิธีการนะคะ อีกเล่มนึง The Millionaire Next Door นะคะเป็นการสำรวจครัวเรือนในสหรัฐอเมริกาที่มีทรัพย์สินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปนะคะ แล้วก็มาดูว่าเขาใช้รถอะไรทำงานอะไรเลี้ยงลูกแบบไหนนะคะอันนี้อาจจะเหมาะกับสังคมอเมริกามากกว่านะคะ แต่ว่าการที่เราได้อ่านแล้วก็เห็นโปรไฟล์ของเศรษฐีซึ่งจริงๆแล้วเยอะมากจำนวนเยอะมากไม่ได้ทำตัวเป็นเหมือนคนรวยที่เที่ยวกระเป๋าแบรนด์หรือว่าขับรถแพงๆนะคะ ก็ถ้าใครสนใจก็ลองอ่านดูได้นะคะ อีกเรื่องนึงคือ The White Code Invertor นะคะเล่มนี้จะเหมาะสำหรับคนที่เป็นหมอนะคะซึ่งเหมือนกันนะคะก็คือเขียนโดยคนอเมริกันเพราะฉะนั้นอาจจะเหมาะกับสังคมอเมริกันมากกว่าเพราะเขาจะมีเรื่องของการกู้ยืมเงินแล้วก็แนะนำว่าพอเรียนจบออกมาแล้วจะชำระเงินกู้ยังไง เป็นหมอยังไงเก็บเงินตอนเป็นแพทประจำบ้านยังไงเป็นนักศึกษาแพทยังไงนะคะมีมีหลายระดับนะคะ อันนี้ก็บอกกับน้องๆที่เป็นหมอแล้วก็จะดูว่าเราจะเก็บเงินยังไงนะคะในการทำวิชาชีพที่หลายคนอาจจะมองว่าเรารวย แต่จริงๆแล้วเราก็อาจจะไม่ได้รวยก็ได้นะคะถ้าเกิดว่าบ้านเราไม่ได้รวยมาก่อนหรือว่าเราเก็บเงินไม่เป็นนะคะ

โอเคสุดท้ายนะคะเขาบอกว่าเวลาที่เราอ่านอะไรมาแล้วนะคะควรที่จะปรับให้เข้ากับตัวเราเองนะคะแล้วก็มีเป้าหมาย เช่น เป้าหมายว่าเราจะลงทุนยังไงเราจะเก็บเงินเพื่ออะไร แล้วก็เก็บเงินให้ได้กี่บาทนะคะซึ่งเก็บเงินเดี๋ยวหมอจะพูดในอีกคลิปนึงนะคะ คลิปนี้ก็จะเป็นคร่าวๆเรื่องขององค์ความรู้เรื่องการเงินและก็การวางแผนการเงินสำหรับน้องๆวัยเรียน ใครมีอะไรก็พิมพ์ไว้ข้างล่างได้เลยนะคะวันนี้ลาไปก่อนอย่าลืมคำคมของวอร์เรนบัฟเฟตต์นะคะที่บอกว่าอย่าออมเงินด้วยเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายแต่จงใช้จ่ายจากเงินที่เหลือจากการออมนะคะ

สามารถไปดูเพิ่มเติมได้ตามคลิปวิดีโอนี้ ต่อได้ที่ลิ้งค์นี้เลยครับ เทคนิควางแผนทางการเงิน https://youtu.be/n2145g6rc4Y
ขอขอบคุณคลิปดีๆจากคุณ หมอจริง เข้าใจวัยรุ่น Dr Jing ด้วยครับ

Top